วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Grouting

Grouting เป็นเทคนิคที่ถูกใช้แก้ปัญหา geotechnical เช่น ช่องว่างในดิน, ดินอ่อน,การทรุดตัวของดินและน้ำใต้ดิน แบ่งเป็นวิธีการต่างๆดังนี้
- Bulk In-fill Grouting/Ground Stabilisation เสริมความมั่นคงของฐานราก ใช้สำหรับอุโมงที่มีดินอ่อนโดยการ Grouting เข้าไปในช่องว่างด้วยแรงดัน
- Permeation Grouting ป้องกันการซึมน้ำของฐานราก โดยใช้กับโครงสร้างเขื่อนต่างๆ และอุโมงค์ที่ต้องการควบคุมน้ำใต้ดิน โดยการฉีดของเหลวเข้าไปในดินหรือให้ไปแทนที่น้ำ
- Compensation Grouting การขุดอุโมงค์ใต้ดินนั้นอาจจะสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างได้จึงควรป้องกันโดยการGroutระหว่างโครงสร้างที่จะมีการทรุดตัวกับสิ่งก่อสร้างที่จะป้องกัน
- Compaction Grouting เพื่อเสริมความหนาแน่น เพิ่มคุณสมบัติในการรับแรงโดยการฉีดซีเมนต์มอตาร์เข้าไป
- Jet Grouting เป็นการสร้างเสาซีเมนต์ขึ้นมาในชั้นดินที่ต้องการโดยรวมวัสดุละเอียดกับ Grout ภายใต้แรงดัน
- Chemical Grouting เป็นการใช้สารเคมีฉีดตรงเข้าไปที่วัสดุละเอียดต่างชนิดกันเพื่อเพิ่มความมีเสถียรภาพ


Reference:http://www.skanska.co.uk/en/Services/Piling-foundations/Foundation-techniques/Ground-Engineering/Grouting/

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

การจำแนกดินในทางวิศวกรรม

การจำแนกดินในทางวิศวกรรม

1. แบ่งตามลักษณะขนาดเม็ดดิน เป็นพวกเม็ดหยาบได้แก่ กรวด (Gravel) และทราย (Sand) และพวกเม็ดละเอียด ได้แก่ ดินเหนียว (Clay) และดินทราย (Silt)
2. แบ่งย่อยตามลักษณะการกระจายของเม็ด สำหรับพวกเม็ดหยาบเป็นพวกที่เม็ดคละหลายขนาด (Well Graded) และเม็ดไม่คละ เนื่องจากมีเม็ดขนาดเดียวกันมากหรือขนาดเม็ดขาดช่วง (Poorly Grade)
3. แบ่งย่อยตามค่า Atterberg’s Limits สำหรับพวกเม็ดละเอียด เรียกว่า Plasticity เช่น พวกมีค่า L.L. และ P.I. สูงเรียกว่า High Liquid Limit

S (sampling) : การสุ่มตัวอย่าง
K (permeability) : ความสามารถในการซึมผ่านได้
I (Point Load Strength) : กำลังในการรับแรงแบบจุด
R (Rock Quality Designation) : การกำหนดคุณภาพของหิน
C (Core Recovery) : ปริมาณตัวอย่างหินที่เก็บได้N (Standard Penetration Test) : การตอกทดสอบมาตราฐาน

Slope by Taylor Chart and KUslope

Slope by Taylor Chart and KUslope

โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 4
โดยใช้ข้อมูลหลุมเจาะ โครงการก่อสร้างบ้าน2ชั้น หมู่บ้านเลควู้ค จ.สมุทรปราการ

แนวการวางท่อ

การหาค่า F.S โดยวิธี Taylor Chart
Slope Y:X = 1.5/1
ความลึก = 2 m.
C = 1.5 tons/sm.
ความลึกถึงพื้นที่มั่นคง = 1 m.
d = D/H = ½ = 0.5
เปิด Taylor Chart ได้ No: 5.5
F.S. = (5.5 x 1.5)/(1.7 x 3) = 1.62

การหาค่า F.S โดยโปรแกรม KUslope


วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

DAM

DAM


Thailand 1:50,000 WGS84

edition 1RTSD,series L7018,sheet 4924 IV

contour interval 20 meters

Slope1:597601 - 599602

X = 150 m. (3 mm.)

Y = 80 m.

Y:X = 80:125

Y:X = 1:1.875

Slope = 28.07

Slope2:593601 - 594602

X = 125 m. (2.6 mm.)

Y = 80 m.

Y:X = 80:125

Y:X = 1:1.5625

Slope = 32.62

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Landslide

Landslide

ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา หรือบริเวณที่มีความลาดชันมากจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ผุพัง การเคลื่อนที่ของมวลสาร และแรงดึงดูดที่มากระทำต่อมวลสารเหล่านั้นจะทำให้เกิดการเค ลื่อนที่ลงสู่ที่ต่ำเสมอ ดินที่มีโครงสร้างการยึดเหนี่ยวตัวต่ำจะเคลื่อนที่ตามแรงดึงดูดของโลกลงสู่ที่ต่ำ อาจมีปริมาณมากหรือน้อยก็ได้ และระยะเวลาในการเคลื่อนที่อาจเร็วหรือช้าจนสังเกตไม่เห็นก็ได้

ลักษณะของ landslide มีอยู่ 5 แบบด้วยกัน
1. Slump เคลื่อนตัวเป็นระยะทางสั้นๆ มีการม้วนตัวกลับทำให้เป็นชั้นๆ เรียก “terracettes”
2. Debris slides ไม่แสดงการม้วนตัวกลับ มีลักษณะคล้าย debris avalanche
3. Debris fall เกิดที่หน้าผา หล่นลงมาตาม undercut bank ของ stream
4. Rock slide มักเกิดในบริเวณที่มีbedding, joints, fault
5. Rock fall หินแตกหักหล่นลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนที่ของมวลสาร
• น้ำ (Water) ช่วยให้มวลสารมีการลี่นไหลได้ดี โดยจะนำพามวลสารให้เคลื่อน ที่ไปตามการไหลของน้ำ
• พืช (Vegetation) รากของพืชช่วยในการยึดเกาะหน้าดินได้ดีและช่วยในการเคลื่อนที่ของมวลสารได้ แต่ในบางกรณีบริเวณที่มีพืชขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นจะเป็นการเพิ่ม น้ำหนักให้กับสภาพพื้นที่ที่มีความลาดชันมากไปในตัว อาจทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของมวลสารได้
• โครงสร้างของหิน (Rocks Structure) ได้แก่ แนวเทของชั้นหิน มีผลต่อความลาด ชัน และปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น การอิ่มตัวของมวลต่อน้ำ รอยแยก รอยแตก มีผลทำให้เกิดการเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น เช่นเดียวกันกับชั้นหินที่รองรับ (Bed Rocks) หรือหินฐาน

Soil slope failure คือ ความไม่มีเสถียรภาพของมวลดินบนความลาดเอียง มีได้หลายรูปแบบ ยกเว้นการคืบของมวลดินแล้ว ปรากฏการณ์ทั้งหมดที่จะกล่าวต่อไปในเชิงวิศวกรรมจัดเป็นดินถล่ม

Rock slope failure คือ ความ ไม่มีเสถียรภาพของมวลหินบนความลาดเอียง ก็มีได้หลายรูปแบบเช่นเดียวกับมวลของดินรูปแบบที่ซ้ำกัน ได้แก่ การคืบ การไหล และการเลื่อนไถลตามระนาบ

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

หลุมเจาะ

Geological Map of Northern Thailand 1:250000
Sheet(Amphoe Li)6



จากแผนที่ภูมิประเทศจะมี 3 อำเภอด้วยกันคือ อ.ลี้ จ.ลำพูน(ไม่มีข้อมูลหลุมเจาะ) อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่(ไม่มีข้อมูลหลุมเจาะ) และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก มี 3 หลุมเจาะ


อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก


โครงการเพื่อการออกแบบเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเมย สุขาภิบาลแม่ต้าน หมู่ 2 บ้านล้ำร้อง







BH-1


หลุมที่ 1 มีความลึก 12.8 m.
ชนิดของดินที่พบ
- Clay fine sand, light brown,loose. (SC) ที่ระดับ 4 m.
- Silty fine sand, trace gravel, loose to medium dense. (SM) ที่ระดับ 7.2 m.
- Silty clay, trace fine sand & decomposed rock, light brown, hard. (CL) ที่ระดับ 12.08 m.



BH-2


หลุมที่ 2 มีความลึก 12.08 m.
ชนิดของดินที่พบ
- Silty fine sand, light brown, loose.(SM) ที่ระดับ 3.30 m.
- Silty clay, trace fine sand, light brown, medium. (CL) ที่ระดับ 5.60 m.
- Silty fine to medium sand, light brown, medium dens. (SM) ที่ระดับ 7 m.
- Silty clay, trace fine sand, light brown, hard. (CL) ที่ระดับ 12.08 m.




BH-3


หลุมที่ 3 มีความลึก 12.25 m.
ชนิดของดินที่พบ
- Clay fine sand, light brown,loose. (SC) ที่ระดับ 3.3 m.
- Silty clay, trace fine sand, light brown, medium. (CL) ที่ระดับ 5.50 m.
- Clay sand ที่ระดับ 7.30 m.
- Silty clay, trace to some fine sand, yellowish brown, stiff. ที่ระดับ 8.50 m.
- Silty clay, trace fine sand & decomposed rock, light brown, hard. (CL) ที่ระดับ 12.25 m.



ชนิดของดินและหินที่พบจาก Geological Map
- Gravel
- Conglomerate
- Sand
- Sandstone
- Shale

Taylor's Chart

Slope stability concepts
If there are loading outside the toe that prevent the circle from passing below the toe, the long dashed curved should be used to determine the developed cohesion. Note that the solid and the long dashed curves converge as n approaches zero. The circle represented by the curves on the left of n = 0 does not pass below the toe, so the loading outside the toe has no influence on the developed cohesion.